พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ เป็น ผกก.ครั้งแรกในชีวิต ณ สภ.คูคต “แก่นแท้ตำรวจ ไม่เอาเปรียบลูกน้อง ทำงานเป็นทีม”

พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์
เป็น ผกก.ครั้งแรกในชีวิต ณ สภ.คูคต
“แก่นแท้ตำรวจ ไม่เอาเปรียบลูกน้อง ทำงานเป็นทีม”

ทีมข่าวโรงพักสัมพันธ์ ได้เดินทางมาสัมภาษณ์ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่เชื่อมต่อกับพื้นที่กรุงเทพฯ หรือนครบาล เหตุเพราะท่านได้เป็น ผกก. ครั้งแรกในชีวิตที่พื้นที่นี้เอง..
แม้ว่าท่านจะเป็นหนุ่มใหญ่แล้ว แต่มองดูมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เรียกได้ว่ายังดูเท่!!! จึงได้ยิงคำถามแรกกับท่านว่า

ท่าน ผกก.ยังดูดีอยู่ ปกติออกกำลังกาย หรือเป็นนักกีฬา??? “ผมเป็นนักกีฬายูโดตั้งแต่เรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน แต่ชอบเตะฟุตบอลมากกว่า เพราะฟุตบอลเล่นเป็นทีม นำมาใช้กับงานตำรวจได้ ตำรวจต้องทำงานเป็นทีม ทำงานร่วมไม้ร่วมมือกัน นักกีฬาฟุตบอลจะรู้ตำแหน่งรู้หน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว เหมือนเป็นกลยุทธ์ในการที่เรารวมผู้ใต้บังคับบัญชาให้มาทำงานร่วมกัน เป็นการบอกลูกน้องตำรวจเป็นในๆ ว่า

ไม่ว่าจะทำงานอะไร หรืออยู่ร่วมกันในสังคมหมู่มาก
จะต้องมีการแบ่งหน้าที่กัน แล้วทำงานเป็นทีม!!!
ผมเอาหลักการตรงนี้มาบริหารงาน ดังนั้นผมไปอยู่ที่ไหนก็จะให้ความสำคัญกับการบริหารคนมากที่สุด เพราะถ้าคนไม่มีใจจะทำงานแล้ว องค์กรก็จะไปลำบาก”

“โดยเฉพาะยุคนี้งานตำรวจค่อนข้างจะกว้างขวางและครอบคลุมทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตำรวจ เวลามีปัญหาอะไรก็ตำรวจ โอกาสนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มาเป็นผู้กำกับโรงพัก เป็นผู้กำกับครั้งแรกที่ สน.คูคตนี้เอง ผมเคยทำงานอยู่ที่โรงพักอื่นในตำแหน่งสารวัตรจราจร และเป็นรองสารวัตรป้องกันปราบปราม ได้เคยบริหารคนแค่หลักสิบ เพราะมีลูกน้องใต้บังคับบัญชาน้อย

“แต่พอมาบริหารงานในตำแหน่งผู้กำกับต้องบริหารคนหลักร้อย ที่สำคัญหน้างานทุกอย่างในพื้นที่ผมต้องดูแลสั่งการทั้งหมด ทำงานคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว ต้องได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะเรื่องงานสืบสวน เป็นตัวที่ชี้วัดยากมากๆ การทำงานต้องได้ใจกันและกัน ทำงานด้วยใจ เวลาที่ไปเฝ้าผู้ต้องหา หรือไปตามผู้ต้องหาตามหมายจับ ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจ ถ้าไม่ได้ใจลูกน้อง งานก็ไม่สำเร็จไปด้วยดี” ผกก.คูคต หนุ่มใหญ่..ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ

กับคำถามจากทีมข่าวโรงพักสัมพันธ์ที่ว่า ท่าน ผกก.คูคต มีหลักคิดในการบริหารงานโรงพักอย่างไรบ้าง??? ผกก.เอกนิรุจฒิ์ ยิ้มเล็กน้อยๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ถ้าไม่เอาเปรียบลูกน้อง เราก็ได้ใจลูกน้องอยู่แล้ว!!!
โดยส่วนตัวผมเองนอกจากรับราชการแล้ว ยังทำธุรกิจส่วนตัวด้วย เรียกได้ว่า บริหารงานทั้งภาคเอกชนและบริหารงานตำรวจ ผมว่าบริหารงานตำรวจง่ายกว่าบริหารงานบริษัท หรือบริหารงานเอกชนเยอะ

“เอกชนเราดุเขา หรือต่อว่าเขา ลูกจ้างไม่พอใจก็ลาออก บริษัทก็เดือดร้อน ส่วนตำรวจมีวินัย มีระเบียบวิธีการทำงานควบคุมอยู่แล้ว เราเป็นผู้บังคับบัญชาก็ทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกน้อง สวัสดิการต่างๆ ที่ลูกน้องสมควรจะได้ก็ให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อะไรที่เราในฐานะผู้บังคับบัญชาดูแลได้ มีน้ำใจให้กับลูกน้องได้ ตำรวจก็ยิ่งจะขอบคุณเรา หลังจากนั้นจะขับเคลื่อนงานอะไรก็จะสะดวกง่ายดาย ผมให้ความสำคัญเรื่องแรกคือเรื่อง “คน” ถ้าจัดการเรื่องคนในโรงพักได้ จะทำงานอะไรก็สำเร็จ”

“ส่วนการบริหารจัดการภายนอกโรงพัก คือ งานมวลชนสัมพันธ์ หรือการให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่คูคต ผมก็ให้ความสำคัญมากๆ

ตำรวจไม่ควรทำตัวเป็น ขนมชั้น
ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย ไม่ได้อยู่เหนือประชาชน
แต่มองว่าตำรวจก็เป็นชาวบ้านคนหนึ่ง
ต้องทำตัวกลมกลืนกับชาวบ้าน กลมกลืนกับประชาชน


“มาเป็น ผกก.เกือบปี ไม่ว่าจะมีงานอะไรของเทศบาล หรือของอำเภอ ผมนำตำรวจไปร่วมงานตลอด การที่เราไปร่วมงานโดยภาพของหน่วยงานต่างๆ หรือของประชาชน จะมีความรู้สึกเป็นเกียรติอยู่แล้ว เวลาที่ตำรวจไปร่วมงาน!!! ยิ่งเราไปในภาพที่อ่อนน้อมถ่อมตน ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพรรคพวกกัน การได้รับความร่วมมือจากชุมชน หรือประชาชน ในเรื่องการแจ้งข่าวอาชญากรรมต่างๆ จะเห็นได้อย่างเด่นชัด

“โดยเฉพาะนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ชื่อโครงการ “ไลน์ไล่ล่าตาสับปะรด” จะได้กลุ่มชาวบ้านเข้ามาช่วยกันแจ้งเหตุ หรือแจ้งข่าวอาชญากรรม มาช่วยกันแบ่งเบาภาระให้กับตำรวจอย่างเต็มที่ ส่งผลให้งานของตำรวจลุล่วงไปด้วยดี เมื่อชุมชนปลอดภัย บ้านเมืองก็สงบสุขตามไปด้วย

จริงๆ งานของตำรวจ การจับคนร้ายได้ไม่ใช่ประสิทธิผลสูงสุด
แต่ทำอย่างไรให้ผู้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
เป็นสิ่งที่ตำรวจต้องคิด หรือหาทางทำให้ได้!!!

ต่อคำถามที่ว่า หน้างานส่วนใหญ่ของ สน.คูคต คดีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง??? “ส่วนใหญ่คดีในคูคตจะเป็นคดีทำร้ายร่างกาย หรือทะเลาะวิวาท เป็นการเมาในวงสุรา เมาแล้วก็ชกต่อยกัน.. คดีลักทรัพย์ก็มีบ้างเล็กน้อย ขโมยของในห้างสรรพสินค้า มีการขโมยรถมอเตอร์ไซด์บ้างแต่ไม่มาก

“คือ ในพื้นที่คูคตมีชุมชนอยู่มาก เนื่องจากเป็นเขตเชื่อมต่อจากนครบาล เป็นพื้นที่รอยต่อ มีการทำหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์เฮ้าล์สองชั้น มีราคาไม่สูงมาก เมื่อเมืองขยายมาที่คูคต ผู้คนก็มาอยู่รวมกัน เกิดชุมชนหลายชุมชนมาตั้งรกรากกันใหญ่ คนไม่รู้จักกันมาอยู่รวมกัน จึงมีปัญหากระทบกระทั่งกันบ้าง

“คนส่วนใหญ่ทำงานในกรุงเทพฯ แต่มาพักอาศัยอยู่ที่คูคตเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยก็เป็นคนพื้นที่ดั้งเดิม มีความหลากหลายของประชากรเยอะมากๆ เมื่อเกิดคดีขึ้นผมก็จะใช้วิธีการไกล่เกลี่ย ต่างฝ่ายต่างพอใจกันคดีก็จบง่าย เราก็จะใส่ไว้ในสำนวนว่า ได้มีการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว เวลาไปขึ้นศาลโทษก็ไม่ร้ายแรง”

สุดท้ายทีมข่าวโรงพักสัมพันธ์สอบถามว่า ท่านเข้ามารับตำแหน่ง ผกก. ครั้งแรกในชีวิตเกือบ 1 ปีแล้ว มีความพึงพอใจในการทำงานมากน้อยเพียงใด??? ผกก.หนุ่มใหญ่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามนี้ว่า “เข้ามารับตำแหน่ง ผกก.ตั้งแต่เดือนมีนาคม 62 ผมมองว่าตำรวจคูคตทำงานหนัก ด้วยอัตราการขยายจำนวนประชากรและขายเมืองมาที่นี่ อัตรากำลังตำรวจของ สภ.คูคต ที่ได้รับอนุมัติมาตั้งแต่เมื่อครั้งแยกโรงพักมาจากลำลูกกา แต่ละปีก็มีตำรวจเกษียณราชการไป อัตรากำลังที่ได้มาทดแทนก็ไม่สมดุลกัน

“โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนของ สภ.คูคต ซึ่งมีแค่ 7 คน ต้องรับมากถึง 1,500 คดี ผมจึงดึงตำรวจมาช่วยราชการด้วย ทำให้มีพนักงานสอบสวนมีประมาณ 10 คน ก็พอดีๆ แต่ก็ถือว่าหนักอยู่เหมือนกัน!!! พนักงานสอบสวน 1 คน รับ 100 กว่าคดี จึงถือว่าเรื่องขวัญและกำลังใจของลูกน้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด สร้างบรรยากาศโรงพักให้น่าอยู่ น่าทำงาน ผมได้มีการจัดสวัสดิการอาหารกลางวันให้กับลูกน้อง เจอหน้ากันก็ยิ้มแย้มให้กัน การทำงานก็จะราบรื่น ทำงานบริการประชาชนได้ดี” กล่าวจบ ผกก.เอกนิรุจฒิ์ยิ้มด้วยภาคภูมิใจ ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ผมเป็น ผกก.ที่ไม่ได้มีผลงานในเรื่องอื่นๆ โดดเด่น ไม่ได้มีโครงการที่โด่งดังระดับประเทศ แต่เน้นหัวใจของ

การทำงานที่ตำรวจควรทำก็คือ
เคลียร์สำนวนไม่ให้คลั่งค้าง!!!
เวลามีประชาชนแจ้งเหตุมาตำรวจไประงับเหตุได้อย่างรวดเร็วทันใจ..
ตำรวจสืบสวนเข้าไปในพื้นที่ชุมชนเพื่อหาตัวคนร้าย จับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้า คนร้ายให้ได้ โดยใช้ระยะเวลาให้น้อยที่สุด..

เราทำหน้าที่ของเราให้ดีให้ได้ ตำรวจรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดี ตำรวจไม่ต้องไปทำอะไรให้มากกว่านี้แล้ว ถ้าตำรวจทำได้แค่นี้ประชาชนก็สุขใจ อุ่นใจ บ้านเมืองก็สงบสุข”

#ศูนย์ข่าวโรงพักสัมพันธ์ บิ๊กป๋วย ใจไทย บรรณาธิการบริหาร เขียน

สกู๊ปพิเศษ…

Spread the love

You May Also Like