พ.ต.ต.ดร.สามารถ กาษร (ประธานชมรม ดร.สามารถ) สวป.บางกอกใหญ่ถอดด้าม “ใจใหญ่-ใจกว้าง” มีเพื่อนเต็มบาง!!!

พ.ต.ต.ดร.สามารถ กาษร (ประธานชมรม ดร.สามารถ)
สวป.บางกอกใหญ่ถอดด้าม “ใจใหญ่-ใจกว้าง” มีเพื่อนเต็มบาง!!!

นายตำรวจมือปราบ.. ผู้มีวิชามวลชนสัมพันธ์เป็นเลิศ ได้ใจลูกน้อง
และพี่น้องประชาชนชาวบางพลัดไปเต็มๆ

พ.ต.ต.ดร.สามารถ กาษร เป็นอะไรได้อีกมากมายนอกจากเป็นตำรวจ!!!

แม้ว่า สวป.จะ “เตะตะกร้อ” ไม่เป็น แต่สามารถนำทีมเซปักตะกร้อ บชน. คว้ารองแชมป์เหรียญเงินติดต่อกันถึง 2 สมัย เป็นรองจากทีม ตชด.แชมป์เหรียญทอง 16 สมัยตลอดกาล (นับตั้งแต่มีการแข่งขันกันมา) จึงถือได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

ล่าสุด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “โค้ช” คุมทีม ตะกร้อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ!!! นำทีมตะกร้อ ตร. คว้าเหรียญทอง ได้แชมป์ทีมชุดในกีฬากองทัพไทย ปี 2562 นับเป็นครั้งแรกของ ตร. เลยทีเดียว..

นับเป็นครั้งแรก ปีแรก ในประวัติศาสตร์การแข่งขันตะกร้อ ในกีฬากองทัพไทยที่ตำรวจได้เหรียญทองชนะเลิศตะกร้อ!!! ภายใต้การควบคุมดูแลทีมของ พ.ต.ต.ดร.สามารถ กาษร สวป.สน.บางพลัด ที่สามรถทำให้ ทีมตะกร้อตำรวจทีมชุดได้เหรียญทอง
***และยังได้เหรียญในการแข่งขันทุกประเภท
-ทีมชุด เหรียญทอง
-ทีมอาวุโส เหรียญเงิน
-ทีมเดี่ยว เหรียญทองแดง
-ทีมลอดบ่วง เหรียญเงิน

ข้างต้นเป็นการรายงานผลเหรียญรางวัล ในการแข่งขันกีฬากองทัพไทย ครั้งที่ 52 ประจำปี 2562 การแข่งขันประเภท ตะกร้อ ระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2562

“…ก่อนที่จะมาเป็นรอง สวป. สน.บางพลัด จนกระทั่งเป็น สวป. ผมเคยทำงานอยู่ที่ศูนย์รวมข่าว 191 มาก่อน” ประธานชมรม ดร.สามารถ กล่าวาน แล้วยิ้มอย่างมีความสุขตามสไตล์ ก่อนที่จะเล่าต่อไปว่า

“บางพลัดเปรียบเสมือนชายแดนเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนนทบุรีกับบางกรวย ในพื้นที่บางพลัดมีชุมชนมาก มี 35 ชุมชน ตำรวจจึงต้องทำหน้าที่เป็นตำรวจชุมชนสัมพันธ์ไปด้วย เราต้องรู้จักชุมชน ใกล้ชิดกับผู้คนในชุมชน

“ที่สำคัญ ผมมีโอกาสได้ทำโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เอาตำรวจไปบรรยายธรรม จนกระทั่งครบทั้ง 35 ชุมชน เมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมานี้เอง!!!

กับคำถามจากทีมข่าวโรงพักสัมพันธ์ที่ว่า ในพื้นที่ สน.บางพลัด มีคดีอะไรมากที่สุด??? สวป.มากความสามารถได้ตอบทีมข่าวโรงพักสัมพันธ์ว่า
“จะเห็นได้ว่า คดีในพื้นที่บางพลัดส่วนใหญ่จะมียาเสพติดมาก เหตุเพราะมีชุมชนตั้งอยู่มาก ส่งผลให้มีผลของการจับกุมยาเสพติดค่อนข้างสูง โดยเฉพาะคนที่เสพยาเสพติดในพื้นที่บางพลัดจับได้เดือนละเป็นร้อยราย!!!

“ในระยะแรกๆ ของการทำงาน ตำรวจเข้าไปในชุมชนจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากประชาชนสักเท่าไหร่ แต่โชคดีที่ตำรวจได้ทำมวลชนสัมพันธ์กับกรรมการชุมชน ประธานชาชน และสมาชิกสภาเขตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จึงได้รับความร่วมมืออย่างดี อีกทั้งเรายังได้ก่อตั้งตำรวจอาสาขึ้นมา คือ
.
ชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดำพิทักษ์บางพลัด!!!

“ในคณะชุดทำงานนี้ก็จะมี กรรมการตำรวจ กรรมการชุมชน มีแม่บ้าน มาร่วมงานกับตำรวจ แรกๆ มีการอบรมไป 50 คน ปัจจุบันเหลืออยู่ 29 คน ตรงนี้เป็นงานอาสาตำรวจบ้าน ทำงานกันได้ผลตอบรับดี ส่งผลให้ปัญหายาเสพติดลดลงตามไปด้วย
เรียกได้ว่าประชาชนชาวบางพลัดสงบสุขขึ้นกว่าเดิม!!!

ต่อคำถามที่ว่า สารวัตรสามารถมีหลักคิด หรือหลักการทำงานอย่างไร??? ท่านตอบในประเด็นนี้ว่า
“ผมเป็นตำรวจมาตั้งแต่ปี 2532 จบโรงเรียนตำรวจนครบาล เป็นตำรวจมาตั้ง 30 กว่าปีแล้ว ทันทีที่มารับตำแหน่งรอง สวป. ผมก็ไม่ได้ออกตรวจพื้นที่เลย ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วผมควรจะแสดงพลัง แสดงความเข้มของการเป็นตำรวจ แต่ผมกลับทำตัวเป็นตำรวจมวลชนสัมพันธ์ทันที เพราะผมมองว่า

#ตำรวจกับประชาชนควรเป็นมิตรต่อกัน!!!

“การที่ตำรวจจะหาข้อมูล หรือได้รับข้อมูลที่ไม่ดีต่างๆ จากประชาชน เราก็จะต้องได้ใจของเขาก่อน ตำรวจจะดุอย่างเดียวไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ได้ข้อมูลเชิงลึกทางอาชญากรรมจากประชาชนเลย!!!

“ผมคิดว่าการมีเพื่อน การมีมวลชนเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เมื่อรู้จักกันแล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น คุยกันง่ายขึ้น มีพี่มีน้อง คนไทยเรายึดถือตรงนี้ ทำงานกันเหมือนญาติพี่น้องทำง่ายกว่า ประสบความสำเร็จมากกว่า ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ตำรวจทำงานแบบดุดันหมดยุคแล้ว เป็นสิ่งไม่ดี ทำไม่ได้แล้ว สารวัตรสามารถหยุดเล่า ยิ้มอย่างมีความสุขเล็กน้อย แล้วเล่าต่อไปว่า

“ส่วนตัวผมเอง เน้นการทำงานแบบมวลชนสัมพันธ์มาโดยตลอด ช่วงหนึ่งผมเคยเป็นรองสารวัตรจราจร สน.พระราชวัง ย่านปากคลองตลาด ซึ่งมีปัญหาเรื่องการจราจรกระทบกระทั่งกับประชาชนจำนวนมาก

“แต่เวลาที่ผมจัดงานต่างๆ หรือเดินไปบนถนน มีแต่พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอยากจะมอบดอกไม้ให้ ผมเดินคุยแทบทุกคืน เป็นมิตรกับทุกคน จนกระทั่งพ่อค้าแม่ค้าพูดว่า ไม่เคยมีตำรวจคนไหนมาพูดคุยกับประชาชน มีแต่มาไล่จับ

“ผมถือว่าการเป็นมิตร ได้สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิตมากมายและได้ยาวนานด้วย!!!

#ผมต้องการสายสัมพันธ์ต้องการมิตรต้องการมีเพื่อนให้มากที่สุดเป็นกำไรกับชีวิต

“ตำรวจ คือ ผู้ให้บริการประชาชน ดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ดีดี เวลามีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงประชาชนก็จะมาช่วยงานของตำรวจเอง!!!

“การทำงานมวลชนสัมพันธ์ ส่งให้ผมได้เข้าไปร่วมงานกับหลากหลายวงการ โดยเฉพาะงานด้านการเมือง ผมได้เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการอยู่หลายรัฐบาล หลายปีด้วย เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการวุฒิสภาอยู่หลายรัฐบาล หลายปี.. เป็นกรรมาธิการศาสนาและกรรมาธิการพาณิชย์ ทำงานมามากกว่า 10 คณะ

“จึงมีโอกาสได้รู้จักท่าน ส.ส. ท่าน ส.ว.และรัฐมนตรีหลายท่าน หลายคนด้วยกัน ทำให้สังคมของเรากว้างขึ้น ได้เห็นอะไรที่ไกลขึ้น.. มีโอกาสได้ร่วมงานกัน กอ.รมน. มีโอกาสได้ไปเป็นพิธีกรรายการทีวี รายการ “คาหนังคาเขา” และพิธีกรรายการอื่นๆ อีกหลายปี มีโอกาสได้ไปเป็นเจ้าของร้านอาหาร เป็นเจ้าของค่าเฟ่ 8 แห่ง ได้บริหารร้านอาหาร รู้ใจเข้าใจเรา เข้าใจงานบริการ

“ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ผมเคยทำงานพร้อมๆ กันมากกว่า 30 งาน เคยไปเป็นพิธีกรบรรยายให้กับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยต่างๆ ไปเป็นนายกสมาคมที่มหาวิทยาลัยเกริก เพราะเรียนจบคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเกริก รุ่นที่ 1 ผมได้เป็นประธานรุ่น เรียกได้ว่า ผมทำงานมวลชนสัมพันธ์เยอะมากๆ จึงทำให้ผมมีเพื่อนมาก มีมิตรมาก ชีวิตก็ดีขึ้นมากๆ ตามไปด้วย

ทีมข่าวโรงพักสัมพันธ์ได้ถามต่อไปว่า ชอบทำงานมวลชนสัมพันธ์ ผลงานที่เด่นชัดต่อสังคมมีอะไรบ้าง??? “ต่อมา ผมได้ก่อตั้งชมรมของตัวเองขึ้นมา ชื่อว่า “ชมรม ดร.สามารถ” มีสมาชิกชมรมอยู่หลายพันคน มีทีมงานอยู่หลายร้อยคน เรามีการทำงานที่ดีดีต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนและผู้คนในสังคม

“ตอนเริ่มเมื่อปี 2554 ผมไปอบรม กอ.รมน. ซึ่งคนที่ไปร่วมส่วนมากมีแต่นักธุรกิจ ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมและทหาร ผมเป็นตำรวจคนเดียวที่เข้าไปร่วมอยู่ในกลุ่มนั้น จึงเกิดงานเข้าเมื่อมีเพื่อนๆ สมาชิกประมาณ 200 คน อยากจะเรียนยิงปืน ผมได้รับอาสาที่จะหาสนามยิงปืนให้ และรับอาสาที่จะฝึกยิงปืนให้ เพราะผมเป็นคนที่ยิงปืนแม่น และเป็นครูฝึกยิงปืนมาก่อน เพื่อนๆ เห็นว่าเมื่อมีการยิงปืนแล้ว ควรจะมีการจัดตั้งชมรมขึ้นมาเพื่อรองรับการยิงปืน
“เหตุนี้เอง ชมรม ดร.สามารถ จึงได้ก่อตั้งขึ้น และต่อมาพวกเราสมาชิกชมรม ดร.สามารถ ก็ได้ทำสิ่งดีดีให้กับคนไทยร่วมกัน เรียกว่าคืนกำไรให้กับสังคมไทยร่วมกัน”

ท้ายที่สุด พ.ต.ต.ดร.สามารถ กาษร สวป.สน.บางกอกใหญ่คนใหม่ถอดด้าม!!! ได้ฝากไว้ว่า
“อยากให้ทุกคนรักษาศีล 5 บ้านเมืองจะได้สงบสุข แม้ว่าจะรักษายากก็ตาม… โดยส่วนตัวแล้วเชื่อมั่นว่าตัวเองรักษาศีลข้อ 5 อย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่เกิด คือ ไม่ดื่มเหล้า ของมึนเมา ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่สูบบุหรี่ ไม่เสพสิ่งเสพติด”

#ศูนย์ข่าวโรงพักสัมพันธ์ บิ๊กป๋วย ใจไทย บรรณาธิการบริหาร เขียน

สกู๊ปพิเศษ..

Spread the love

You May Also Like