กก.สส.บก.น.1 และ สน.ราษฎร์บูรณะ รายงานผลการจับกุมตามหมาย คดีแฮกไลน์ กลุ่มกะเทย

ตามนโยบายของรัฐบาลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดหลอกลวงประชาชนแฝงตัวเป็นบุคคลอื่นในโลกออนไลน์ เพื่อเข้ามายืมเงินจนได้รับความเสียหายหลายรายเป็นจำนวนมาก
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม , พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น. 1 , พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น. ๑ , พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น. ๑ พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผกก.สส.บก.น. 1 , พ.ต.ท.คุณประโยชน์ อารีย์รัตนะนคร รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ , พ.ต.ต.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ , และ พ.ต.ต.เกรียงไกร ใจสุทธิ์ สว.สส.บก.น.1
ได้ร่วมกันทำการจับกุม
1. นายศุภฤกษ์ กรุดบาง อายุ 30 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1101401845760 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่738/2562 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2562 จับกุมวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 (ผู้จัดหาบัญชี , ถอนเงิน)
2. นายวินัย ฟักเฟื่อง อายุ 27 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100701474006 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 446/2562 ลง 12 พฤศจิกายน 2562 จับกุมวันที่ 30 พฤศจิกายน2562 (ถอนเงิน/โอนเงิน , เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน)
3. นายอนุกูล หรั่งแร่ อายุ 30 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1600700063661 ผู้ต้องหาของ สภ.รัตนาธิเบศร์ , สน.ประเวศ แจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 (ถอนเงิน/โอนเงิน,เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน)
4. นายวุฒิชัย ศรีสุวอ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 2301000016921 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.590/2562 ลง 21 ตุลาคม 2562 จับกุมวันที่ 28 ตุลาคม 2562 (ถอนเงิน/โอนเงิน,เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน)โดยกล่าวหาว่า “ ร่วมฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ”
ซึ่งยังมีกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีอีกจำนวน 2 ราย เป็นหญิงชาวลาว 1 ราย ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมสั่งการและเป็นชาวไทย 1 รายซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงิน/ถอนเงิน (ของสงวนนาม)
พฤติการณ์การกระทำความผิด คือจากการที่เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.1 ได้ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในการปลอมเฟซบุ๊กและไลน์หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน และได้มีการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวไปแล้วนั้น ต่อมาได้รับการประสานข้อมูลจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ และ สน.ประเวศ ว่าเมื่อวันที่ 21 และ 24 ตุลาคม 2562 มีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพไปทำการหลอกลวงให้โอนเงินซึ่งมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในลักษณะคล้ายกัน จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายใช้วิธีการสร้างบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กและไลน์ปลอมของเหยื่อ ที่มีฐานะดี มีชื่อเสียงจากนั้นจึงติดต่อหลอกลวงบุคคลที่เหยื่อรู้จักให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้จากนั้นคนร้ายก็ทำหน้าที่ถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคาร และปิดบังอำพรางเส้นทางการเงินโดยการโอนเงินและฝากเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปยังบัญชีอื่น ๆซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (ชายแดนลาว) ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้สืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันกระทำความผิดจำนวนหลายคน โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนและมีการประสานงานกันเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้เสียหายและเพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มแก๊งดังกล่าวได้กระทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 4,200,000 บาท ในท้องที่ สน.ประเวศ , สน.คันนายาว , สน.ทองหล่อ และ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี
จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายนี้ มีหญิงชาวลาวร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายอยู่ประเทศลาวและใช้งาน นายศุภฤกษ์ฯ เป็นผู้จัดหาบัญชี (สาวประเภท 2) รับเงินจากผู้เสียหาย และร่วมกับนายวินัยฯ (สาวประเภท 2) และนายอนุกูลฯ (สาวประเภท 2) ทำหน้าที่ ถอนเงิน โอนเงิน และนายวุฒิชัยฯ ทำหน้าที่ ถอนเงิน โอนเงิน ของผู้เสียหายไปยังบัญชีอื่นเพื่อปกปิดอำพรางเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ พงส. ดำเนินการสอบสวนและขออนุมัติหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ ตามรายละเอียดข้างต้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียหายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบ จำนวน 4 ราย ความเสียหายประมาณ 4.2 ล้านบาทเข้าแจ้งความที่ หลายท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกลุ่มคนร้าย ในความผิดดังกล่าว พงส. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว รายละเอียดความเสียหาย ดังนี้
1. สน.ประเวศ 1 รายความเสียหาย 1,000,000 บาท แจ้งความเมื่อ 24 ตุลาคม 2562
2. สน.คันนายาว 1 รายความเสียหาย 400,000บาท แจ้งความเมื่อ 8 ตุลาคม 2562
3. สน.ทองหล่อ 1 รายความเสียหาย 300,000 บาท แจ้งความเมื่อ 12 ตุลาคม 2562
4. สภ.รัตนาธิเบศร์ 1 รายความเสียหาย 2,500,000บาท แจ้งความเมื่อ 21 ตุลาคม 2562
รวมมูลค่าความเสียหาย 4,200,000 บาท
ฝากสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนให้ระมัดระวังในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยพวกมิจฉาชีพจะใช้ช่องทางผ่านสื่อสังคมออนไลน์และฉวยโอกาสหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจนก่อให้เกิดความเสียหาย จึงขอประชาสัมพันธ์เป็นการป้องกันให้ดำเนินการตรวจสอบหรือยืนยันตัวบุคคลทุกครั้งในการสื่อสารสำหรับการทำธุรกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย

Spread the love

บังโจ้ ฉก.นครบาล

หัวหน้าฝายข่าวอาชญากรรม

You May Also Like