พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.สุพรรณบุรี “รู้รอบข้อมูล เก่งการทำงาน ดูแลทุกข์สุขผู้ใต้บังคับชา รับใช้ประชาชน”

เอ่ยชื่อ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ หรือ “ผู้การปิ่น” นรต.รุ่น 47 ต้องยอมรับว่า
เป็นนายตำรวจชื่อดังของรุ่นนี้คนหนึ่ง!!!
แน่นอนเราต้องจดจำภาพที่ผู้การปิ่นเคยบัญชาการศูนย์ ศปอส.ตร. มีผลงานปราบปรามอาชญากรรมมากมายได้อย่างไม่ลืม…
ที่สำคัญ ก่อนหน้าที่จะย้ายมาเป็นผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้การคนดังก็เคยสวมบทบาท ผบก.จร. โดยได้เพิ่มศักยภาพ “ตำรวจ บก.จร.” ให้มีส่วนร่วมปราบอาชญากรรมในเมืองหลวง ซึ่งได้ผลตอบรับจากประชาชนในเรื่องการปราม “เด็กแว้น” เป็นอย่างดี มีผลจับกุมทุกสัปดาห์ กับบทบาทใหม่จากตำรวจเมืองหลวงที่ต้องย้ายมาสู่ภูธร ผู้การปิ่นกล่าวว่า “ไม่ได้แปลกที่อะไร เพราะผมเคยเป็นตำรวจภูธรมาพักหนึ่ง ตอนสมัยเป็นรองผู้กำกับอยู่สงขลา รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด มีศูนย์ข่าวที่ต้องรับผิดชอบดูแล เป็นเซ็นเตอร์ในการรวบรวมข้อมูลข่าวสารให้กับชุดปฏิบัติการต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการเข้าจับกุมคนร้าย ดังนั้น ผมจึงมีความถนัดในเรื่องข้อมูลข่าวสารต่างๆ จนถึงทุกวันนี้ “ผมชอบเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ เป็นคนไม่ตกเทรนในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้นสมัยอยู่ตลอด เมื่อเรามีฐานข้อมูลที่ดี การทำงานก็จะชัดเจน ตรงประเด็น ไม่เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน ก่อนหน้านี้ผมเคยเป็น ผู้กำกับ ปอท. ทำให้ผมเก็บข้อมูลอาชญากรเอาไว้ได้มาก เมื่อมาทำงานที่สุพรรณ ก็จะมีการแจกจ่ายข้อมูลให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้ตำรวจทำงานจับกุมคนร้ายได้ง่ายขึ้น” ผบก.สุพรรณบุรี กล่าวต่อไปว่า “ย้ายมาเป็นผู้การจังหวัดสุพรรณบุรี การทำงานนั้นสบายขึ้นกว่าเดิม สบายในเรื่องการบริหารจัดการ ผมได้เช็คข้อมูลก่อนหน้าที่จะมารับตำแหน่งแล้วว่า ถนนหนทางในจังหวัดสุพรรณนั้นดีมากๆ เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกสบาย คนสุพรรณเป็นคนใจดี แต่ก็เป็นคนจริง จะมีคดียิงกันอยู่บ้าง ถึงอย่างไรก็จับตัวคนยิงได้ไม่ยาก คดีไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร ส่วนใหญ่คนสุพรรณจะรู้จักกันหมด สามารถปิดคดีได้สบาย”“จังหวัดสุพรรณมีโรงพักทั้งหมด 16 โรงพัก ผมตั้งใจจะให้ทุกพื้นที่มีกล้องวงจรปิดให้เยอะที่สุด ให้ครอบคลุมที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม จะเห็นได้ว่าในตัวเมืองสุพรรณนั้นเจริญมากๆ เพราะท่านบรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สร้างความเจริญเอาไว้ “ในตัวเมืองสุพรรณมีกล้องวงจรปิดเยอะมาก แต่อำเภอรอบนอกยังมีทุ่งนาและเป็นพื้นที่ชนบท มีหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ หากเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ที่ซับซ้อน เช่น การจ้างวานฆ่า จ้างมือปืนยิงกัน ถ้ามีกล้องวงจรปิด ตำรวจก็จะทำงานได้ง่าย จับคนร้ายได้ง่าย กล้องวงจรปิดควรจะเป็น AI ที่สามารถจดจำใบหน้าได้ด้วย ก็จะยิ่งดีไปใหญ่
“สิ่งที่ตำรวจต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ บุคคลพ้นโทษ ที่เพิ่งออกจากคุกมา ไม่ใช่คนเหล่านี้เป็นคนไม่ดี แต่จากข้อมูลและสถิติระบุว่า บุคคลพ้นโทษมีโอกาสที่จะกลับไปก่ออาชญากรรมในลักษณะเดิมหรือไปกระทำความผิดสูง ดังนั้น เมื่อผมไปตรวจโรงพักจะสอบถามว่า บุคคลพ้นโทษที่ออกจากเรือนจำมาแล้ว มีจำนวนกี่คน ให้ส่งตำรวจนอกเครื่องแบบลงไปดูคุย ไปติดตามอย่างใกล้ชิด สอบถามว่า เข้ากับสังคมได้มั้ย ตอนนี้ทำมาหากินประกอบอาชีพอะไร???เพื่อให้บุคคลพ้นโทษเหล่านี้รู้ว่าตำรวจเฝ้าดูอยู่
แต่อย่าให้คิดว่าตำรวจระแวงเขา!!! “ถ้าบุคคลพ้นโทษคนไหนหายจากพื้นที่ไป ย้ายถิ่นที่อยู่ไปอยู่ที่ไหน เราก็จะส่งต่อข้อมูลไปยังโรงพักในพื้นที่นั้นๆ เราจะต้องใส่ใจติดตาม สอบถามจากญาติพี่น้องของเขาว่า บุคคลพ้นโทษไปอยู่ที่ไหน… บุคคลพ้นโทษในจังหวัดสุพรรณอาจจะย้ายไปอยู่ที่อื่น บุคคลพ้นโทษจากแหล่งอื่นอาจจะย้ายเข้ามาอยู่ในสุพรรณ ตำรวจจะต้องรู้ข้อมูลตรงนี้ เป็นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วค่อยมาระวังป้องกัน เพราะเกิดเหตุแล้วจะต้องใช้กำลังตำรวจจำนวนมาก ปิดล้อม ตรวจค้น เสียงบประมาณมากมาย” ผู้การปิ่นกล่าวหนักแน่นว่า ผลงานที่ผ่านมาสามารถโชว์ได้เลยว่า ตั้งแต่ผมมาเป็นผู้การจังหวัดสุพรรณบุรี อาชญากรรมในจังหวัดสุพรรณบุรีสามารถควบคุมได้!!! จะเห็นได้จากสถิติคดีอาญากรรมกลุ่ม 1 ที่เกิดจากชีวิตและร่างกาย เช่น การทะเลาะวิวาท, ยิงกัน, ทำร้ายร่างกายกัน ผมให้นโยบายกับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาไปว่า ต้องจับผู้ก่อเหตุ หรือจับคนร้าย ให้ได้ทั้งหมด!!! เกิดเหตุแล้วตำรวจจับคนร้ายได้ ถือว่าป้องกันได้ดี ทำงานสำเร็จ…
ส่วนคดีอาชญากรรมกลุ่ม 4 ที่รัฐเป็นผู้เสียหาย เช่น การค้ายาเสพติด ผมก็ได้กำชับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดให้แน่นหนา“เราต่างรับรู้กันว่า ถนนสายเอเชียมีการตั้งด่านกันอย่างแน่นหนา ตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถนนสายเอเชียกว่าจะถึงกรุงเทพ มีด่านตั้งแต่กำแพงเพชรไล่ลงมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นแหล่งพักยาเสพติด แต่ในจังหวัดสุพรรณยาบ้ามีจำนวนหลักร้อย ล่าสุดจับได้ 1,385 พันเม็ด ส่วนใหญ่จะเป็นนักค้ายาเสพติดรายย่อยที่อาจจะเอายาเสพติดมาทิ้งลงข้างทาง“ตำรวจต้องพยายามรวบรวมข้อมูลว่า ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดเป็นคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ ผมสั่งการให้ตำรวจตรวจสอบตรวจเช็คให้หมดว่า พักอาศัยอยู่บ้านไหน ในบ้านมีกันกี่คน ฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวเกินกว่าอาชีพที่ประกอบหรือไม่???
“ถ้ามีฐานะอู้ฟู่ตำรวจก็เตรียมข้อมูลเอาไว้ วันดีคืนดีตำรวจจะต้องมาปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด “สิ่งที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก็คือ การลำเลียงยาเสพติดจากถนนสายเอเชียมาผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีหรือไม่ ต้องดูจากสถิติที่รวบรวมไว้ แล้วประสาน ปปส. ประสานตำรวจภูธรภาค 6, ตำรวจภูธรภาค 1 ทุกคดียาเสพติดที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี ผมใส่ใจทั้งหมด ยิ่งถ้ามีคนสุพรรณตกไปเป็นผู้ต้องหา ก็จะส่งให้ตำรวจไปดูว่าบ้านอยู่ที่ไหน อยู่อำเภอ ตำบล อะไร ในจังหวัดสุพรรณบุรี ไปเก็บข้อมูลต่างๆ” “เมื่อผมอยู่กับข้อมูล การทำงานในจังหวัดสุพรรณก็ง่าย ผู้กำกับโรงพักทั้ง 16 โรงพักในจังหวัดสุพรรณ ส่วนใหญ่เป็นรุ่นพี่นักเรียนนายร้อยตำรวจทั้งนั้นเลย มีรุ่นน้องอยู่แค่ 2 คนเอง ผมไม่ได้ปรับการทำงานอะไรมากนัก แค่ให้ผู้กำกับจับตามหน้าที่ แต่ให้ใส่ใจในรายละเอียดที่จับ เอาข้อมูลที่จับกุมสกัดมาส่งมาให้กับผม หลังจากนั้นผมจะมีทีมงานวิเคราะห์ เพื่อให้ผู้กำกับปรับแผนการทำงานว่า ควรจะตั้งจุดตรวจตรงไหน ควรจะค้นรถสีอะไร ทะเบียนอะไร ดีกว่าไปโบกรถค้นสุ่มๆ ไปโดยไม่มีข้อมูล เสียเวลาเปล่า ตำรวจจะทำงานง่ายขึ้น เมื่อทำงานกับฐานข้อมูล…ไม่ใช่สุ่มๆ ดวงคนร้ายดีก็รอด ดวงคนร้ายแย่ก็ถูกจับ!!!
ตำรวจต้องทำงานกับข้อมูล อย่าสุ่ม เราต้องทำงานกับแนวโน้ม กลุ่มเสี่ยง ที่อยู่ในฐานข้อมูล และจะต้องมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ
สิ่งสำคัญที่สุด จากที่ผมเคยเป็น ผบก.จร. ได้นำ “โครงการเมาไม่ขับ” ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาล มาใช้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อลดการเสียชีวิตของประชาชนบนท้องถนนให้ได้มากที่สุด หากตำรวจตั้งด่านตรวจวัดความเมา ถ้าเกิดแล้วไม่ต้องคิดมาก ส่งดำเนินคดีทันที!!! เพราะตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจความเมา
“การตั้งด่านตรวจความเมา ผมก็ดูจากฐานข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุว่า มอเตอร์ไซด์ออกจากตรงนี้ชนกันเยอะ จะไม่ให้ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาไปตั้งด่านวัดความเมาที่ไม่ได้ผลงาน จะให้ไปตั้งตรงที่เกิดอุบัติเหตุมากๆ ถ้าอุบัติเหตุเกิดที่ไหนมากก็ไปตั้งด่านวัดความเมาตรงนั้น ที่สำคัญการตั้งด่านตรวจความเมาจะต้องไม่ไปกลั่นแกล้งร้านเหล้า หรือสถานบริการ ไปตั้งด้านตรวจด้านหน้าร้าน แบบนี้เราไม่ทำ!!! “จะต้องไปตั้งในจุดที่เริ่มมีการใช้ความเร็ว จุดหน้าร้านเพิ่งออกกันมายังไม่มีการใช้ความเร็ว ก็ยังไม่มีอุบัติเหตุ ผมจะเน้นว่า ด้านหลังด่านตรวจ คือ ถนนที่เริ่มใช้ความเร็ว นี้คือเป้าหมายของการตั้งด่านตรวจวัดความเมา ไม่ให้บุคคลที่เมาไปก่ออุบัติเหตุ ผมอยากจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ให้มีข้อมูลที่แม่นยำ สามารถตรวจค้นข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว ใช้การข่าวนำ!!! ที่สำคัญ คือ จะต้องมีการพัฒนาฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในคดียาเสพติด
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากไว้ว่า ตำรวจอย่าคิดว่าตัวเองแต่งเครื่องแบบแล้ว ประชาชนจะมีความรู้น้อยกว่า หมดยุคแล้ว!!! ต้องคิดใหม่ พูดจาดีดีกับประชาชน มีมวลชนสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนเวลาไปตรวจโรงพักในจังหวัดสุพรรณ ผมจะให้ความสำคัญว่า หลังจากผู้กำกับรายงานข้อมูลทางคดี รายงานการทำงาน และรายงานกำลังพลกับผมแล้ว ผมจะขอข้อมูลผู้นำชุมชนต่างๆ ว่าใครมีอิทธิพล ใครมีความเสี่ยงที่จะก่อคดี การเมืองท้องถิ่นเป็นอย่างไร ข้อมูลอาวุธปืนเป็นอย่างไร ตำรวจต้องทำข้อมูลไว้ รู้เขารู้เรา เมื่อเกิดเหตุจะได้รู้ตัว สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ทันที อาชญากรรมก็จะลดน้อยลง ประชาชนในจังหวัดสุพรรณก็จะอยู่กันอย่างสงบสุข
#สกู๊ปพิเศษ : เขียนโดย บิ๊กป๋วย ใจไทย
#ทีมงาน:บังโจ้นครบาล

Spread the love

บังโจ้

อดีตหัวหน้าฝายข่าวอาชญากรรม

You May Also Like