สกู๊ปพิเศษ“ไอยรา 1” – พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง 

“ประชาชนทุกคนควรได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน”

ท่านตัวไม่ใหญ่ หน้าตาผ่องใส ดูใจดี!!!

…เห็นแบบนี้เส้นทางชีวิตของท่านย่อมไม่ธรรมดา เพราะลูกน้องทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

ไอยรา 1 นั้น “ใจใหญ่”!!!

แน่นอน… ไม่เช่นนั้น ท่านคงไม่ได้มานั่งกุมบังเหียน “แม่ทัพนักสืบภาค 1”

คุมพื้นที่ 9 จังหวัด สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี,สระบุรี และ ชัยนาท

หน้าที่ชัดเจนของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นหน่วยงานที่คลี่คลายคดีให้กับ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) หากมองว่าคดีไหนที่เกิดใน 9 จังหวัดของภาค 1 ยากเกินไปสำหรับตำรวจท้องที่ ต้องถึงเวลาที่จะเป็นหน้าที่ของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมบูรณาการทันที

พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นลูกอีสาน ชาวเมืองดอกบัวงาม จ.อุบลราชธานี  เป็นลูกชาวบ้านธรรมดา จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 37 สอบได้ที่ 27 ของรุ่น เลยเลือกที่ สภ.พัทยา ชลบุรี

ทำงานสอบสวนนานกว่า 5 ปี จึงได้มาทำหน้าที่ “สายสืบ”!!!

ขึ้น สว.สืบสวนที่บางละมุง 1 ปี แล้ว กลับมาเป็น สวป.ที่พัทยา 2 ปี 8 เดือน เป็น สว.สืบสวน ที่ แหลมฉบัง ขึ้น รอง ผกก.สส.ที่แหลมฉบัง  รอง ผกก.สส.สภ.แสนสุข

ชีวิตรับราชการส่วนใหญ่วนอยู่ในเขตชลบุรี แต่ขึ้น ผกก.อำนวยการ ที่ จ.ตราด ประมาณ 1 ปี 2 เดือน โยกมาเป็น ผกก.สภ.แหลมฉบัง ผกก.สัตหีบ  ผกก.บางแสน  ขึ้นรองผู้การชลบุรี   รองผู้การสืบภาค 2ขึ้นผู้การสืบภาค 1  ตอน ต.ค. ปี 2560

กับคำถามที่ว่า เป็นนายตำรวจทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองของผู้มีอิทธิพลแห่งภาคตะวันออก ท่านวางตัวในการทำงานอย่างไร??? สำหรับประเด็นนี้ “แม่ทัพนักสืบภาค 1” กล่าวทั้งรอยยิ้มว่า “อยู่ที่เราวางตัว เราก็ยึดถือตามระเบียบปฏิบัติ ยึดถือการทำงานตามแนวทางของผู้บังคับบัญชา ทำตามนโยบายที่ผู้บังคับบัญชาสังการ ที่สำคัญคือ เราไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล เขาก็อยู่ของเขา เราก็อยู่ของเรา แบ่งแยกกันชัดเจน คือ ถ้าเราไม่ไปรับผลประโยชน์ของเขา เขาก็มาสั่งมาควบคุมอะไรเราไม่ได้ โชคดีที่เราได้ผู้บังคับบัญชาที่มีอุดการณ์ไปอยู่ตรงนั้นด้วย และก็เป็นไอดอลของเรา”

“ไอดอล” ทางด้านการสืบสวนของ พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ก็คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน มีโอกาสได้ร่วมงานกัน ตอนเป็น รอง สว.อยู่ที่พัทยา… ท่านอัศวินเป็นหัวหน้าชุดปราบปรามมือปืนรับจ้าง ของ ตร. ได้ทำงานร่วมกันในเขตชลบุรี ตอนนั้นมีคดีดังเรื่องมือปืนเมืองเพชรข้ามมายิงที่ชลบุรี หรือชลบุรีไปยิงที่เมืองเพชร มีโอกาสได้ทำงานกับท่านอัศวินหลายเรื่องหลายคดี

“ไอดอล” อีกท่านคือ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา  ร่วมงานกับท่าน ตอนท่านภาณุพงศ์เป็นผู้การชลบุรี ตอนนั้นเราเป็น รอง ผกก.สส.สภ.บางแสน

“แม่ทัพนักสืบภาค 1” ยืนยันหนักแน่นแบบถ่อมตัวว่า “ที่ผ่านมาต้องขอบคุณผู้บังคับบัญชาในอดีตที่วางรากฐานไว้ให้เป็นอย่างดี นักสืบมีชื่อชั้นในภูธรภาค 1 ต่อมาเป็นผู้การสืบหลายท่าน เพราะผู้บังคับบัญชาวางระบบสร้างทีม สร้างอะไรไว้มากมาย  ทุกคนมีส่วนร่วมสร้าง เราเพียงแต่มาจัดระบบ มาต่อยอดให้พวกเขาเท่านั้นเอง”

โชคดี เราได้ครูนักสืบที่ดีอย่าง “พี่ปั๊ด” (พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ท่านปั๊ด คือ บรมครูของพวกทีมสืบ ท่านเน้นให้พวกเรามีการจัดฝึกอบรม… ท่านปั๊ดจัดอบรมโน่นนี่นั่น อะไรที่เรายังไม่รู้ โปรแกรมอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวน เด็กๆ น้องๆ ตำรวจก็มีทักษะที่ดี เราก็เอามาสร้างเป็นทีมได้งาน ทำงานสำเร็จได้ง่าย

เราเข้าใจคนทำงาน เราเข้าใจว่า “นักสืบ” ไม่ชอบการบังคับ ต้องการกำลังใจ แล้วต้องการนายที่มาลงพื้นที่ มาคลุกอยู่กับพวกเขา มากินอยู่ มาคอยให้กำลังใจ

หัวใจของการทำงานของนักสืบก็คือ อย่าเอาเปรียบกันมาก!!! มีอะไรก็แบ่งกันในทีมสืบ

เราโชคดีที่ได้เคยทำงานสืบระดับ ตร. ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้รู้ ได้เห็น ได้เห็นเซฟเฮ้าส์ของทีมระดับ ตร. เพราะกินอยู่ด้วยกันมาตลอด.. สืบระดับ ตร. ทำงานเป็นระบบ เป็นทีม มีการแบ่งงานกันชัดเจน อันนี้ ฝ่ายสอบนะ ฝ่ายถามนะ ฝ่ายบันทึก ฝ่ายจำก็ทำกันไป ทำงานกันเป็นทีม ก็ทำงานได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

เราเคยเห็นภาพใหญ่ เราก็สั่งงานได้ เราสั่งลูกน้องเป็น!!!

ไอ้ที่สืบสวนมันประสบปัญหาก็คือ

นายที่ไม่เป็นงาน ไม่เข้าใจหัวอกผู้ปฏิบัติ

สั่งงานไม่เป็น ว่าต้องทำอะไรบ้าง เด็กไม่รู้ว่าจะเอายังไง

แนวทางในการบริหารงานกองสืบ คือ เบื้องต้น เราต้องเอานโยบายของผู้บังคับบัญชามาถ่ายทอดก่อนเลยว่า นายสั่งมายังไง??? ทำนโยบายของ ตร. ของ ผบช.ให้สำเร็จตามเป้าหมาย เช่น ให้ปราบปรามพวกฉ้อโกงประชาชน เราก็ต้องรีบดำเนินการ

สำหรับนโยบายของรัฐบาล ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของท่านรองนายกฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้ดูแลด้านความมั่นคง เราตำรวจก็ต้องทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง

และสิ่งสำคัญที่ พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ยึดถืออยู่ในหัวใจทุกเวลา ตั้งแต่วันที่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจก็คือ

ประชาชนทุกคนควรได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน!!!

“…ตอนที่เราเป็นประชาชน เรามองว่า ตำรวจหรือหน่วยราชการมักจะใช้อำนาจบาตรใหญ่กับพี่น้องประชาชน พอเรามาเป็นตำรวจเราก็ไม่ทำ ถ้าประชาชนเดือดร้อน เราในฐานะตำรวจเราก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน เราต้องทำงานให้สมกับเงินเดือนที่เราได้รับ ต้องมีอุดมการณ์

“หน้าหมวกของเรา หน้าหมวกของตำรวจทุกคน เขียนไว้อย่างชัดเจน ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คำว่า พิทักษ์ก็คือ ปกป้อง, สันติก็คือ ความสงบสุข, ราษฎร์ก็คือ ราษฎร อยากให้ตำรวจทุกคนยึดถือตรงนี้ในการทำงาน ทำทุกอย่างให้โปร่งใส่ ทำงานเพื่อส่วนรวมจริงๆ เราก็จะเป็นที่รักของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเราจะขอความร่วมมืออะไร พี่น้องประชาชนก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

โดยเฉพาะการพูดจากับชาวบ้าน เราตำรวจต้องพูดจาดีดี เป็นการลงทุนน้อย แต่กำไรมหาศาล!!! เราดูแลชาวบ้านดี ชาวบ้านก็ดูแลเราดี

คนที่จะเป็นนักสืบที่ดีได้ ก่อนอื่นอันดับแรกจะต้อง “มีใจรักในงานนักสืบ”!!! มีไหวพริบปฏิภาณที่ดี อ่านงานด้านนักสืบออก อ่านใจผู้ร้ายออก จะต้องมีการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

โดยเฉพาะจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญของนักสืบที่ดี ดังนี้

1.การเดินดินหาข่าว คือ ได้ข้อมูลมาจากสายข่าว

2.รู้จักใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ

3.มีปัจจัยในการทำงาน หรือมีเงินในการทำงาน… โชคดีอย่างยิ่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกองทุนสืบสวนสอบสวนให้กับตำรวจในการทำงาน

4.จะต้องมีเครื่องมือในการทำงานทางด้านนักสืบที่ดี

5.มีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่ดี

6.มีทีมงานที่ดี มีความรักสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกัน

7.มีวินัยที่ดี เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา

8.จะต้องปกปิดสายข่าวเป็นความลับอย่างดีเยี่ยม

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เคล็ดลับในการปกครอง หรือดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่ใช้มาโดยตลอด.. ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า “ทันทีที่เราใช้ลูกน้องออกไปทำงาน เราอย่าไปเอาเปรียบลูกน้อง ลูกน้องเหนื่อยเราก็ต้องเหนื่อยด้วย ไม่ใช่สั่งงานอย่างเดียว แต่เราไม่ทำอะไร เราจะต้องรู้ทันทีว่า เราสั่งลูกน้องออกไปทำงาน ทันทีที่ลูกน้องออกจากห้องทำงานไป จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำงาน ต้องมีค่าน้ำมัน ทุกคนต้องกินข้าว สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราจะต้องดูแลลูกน้อง ให้ใจกับลูกน้อง มีเงินงบประมาณบริหารจัดการ”

“อะไรดีดีที่เราเป็นผู้บังคับบัญชา เราให้กับลูกน้องได้ เราก็ทำ

“เรามาอยู่ที่นี้ ได้ตั้งรางวัลไอยราอวอร์ด!!! ขึ้นมา โดยที่เราเป็นคนพิจารณาด้วยตัวเอง จะไม่ให้ใครพิจารณา เพราะเรารู้ถึงผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนมาโดยตลอด รู้ว่าใครทำอะไรบ้าง”!!!

“จะมีใบประกาศเกียรติคุณ มีโล่ห์ มีเงินรางวัลให้ และมีปืนลูกซองให้อีกคนละกระบอก ซื้อจากสวัสดิการกรมการปกครอง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมทั้งเป็นแรงจูงใจให้ลูกน้องตั้งใจทำงาน ลูกน้องคนไหนดีเราก็จะปกป้อง สนับสนุน การเลื่อนตำแหน่งเลื่อนขั้นก็ทำให้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ใช้งานแล้วลูกน้องจะต้องไปวิ่งเต้นขึ้นตำแหน่งเอง เราไม่ทำแบบนี้”

“นอกจากนี้ เราก็ยังดูแลครอบครัวของพวกเขา ทุนการศึกษาของลูกๆ ตำรวจเราก็ต้องให้ มีญาติพี่น้องครอบครัวเสียชีวิตเราก็ไปร่วมงาน ไปดูแล.. ถือได้ว่ายุคนี้ตำรวจโชคดี เพราะท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ และท่านรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร อนุมัติงบประมาณ ดูแลตำรวจดี ตำรวจได้งบประมาณจากรัฐบาล รถต่างๆ ที่จะใช้งานก็มีใช้ โดยเฉพาะปืนในการทำงานก็มีใช้ ตำรวจเรามีปืนหลวงได้รับแจกอย่างดี ซึ่งเมื่อก่อนตำรวจต้องซื้อหากันมาใช้เอง”

คำถามสุดท้ายที่ พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 อยากฝากไว้ในนิตยสารโรงพักสัมพันธ์เล่มนี้ก็คือ “การติดกล้องวงจรปิด ช่วยลดปัญหาอาชญากรรม” เหตุเพราะ

โจรกลัวกล้องวงจรปิด!!!

“ถ้ารถยนต์มีกล้องติดทุกคัน รถมอเตอร์ไซด์มีกล้องทุกคัน รถโดยสารมีกล้องทุกคัน ติดกล่องส่องไปที่ถนน ติดกล้องส่องไปข้างหลัง ติดกล้องส่องเข้ามาในที่นั่งรถด้วย จะช่วยลดอาชญากรรมไปได้มาก อีกทั้งยังเป็นหลักฐานให้กับตำรวจในการสืบค้นบุคคลได้

“บ้านทุกบ้านก็ควรติดกล้องวงจรปิด โรงเรียนและมหาวิทยาลัยก็ควรติดกล้อง สถานที่สำคัญๆ ต่างก็ควรติดกล้อง ถนนหนทางต่างๆ ควรมีกล้องให้มากๆ เราอยากจะฝากตรงนี้ไว้เลย เป็นเรื่องสำคัญในการป้องกันทรัพย์สิน ป้องกันชีวิตของเรา ถ้าทุกคนช่วยกันติดกล้อง พวกโจรจะกลัว โจรกลัวกล้องวงจรปิดมากๆ สุดท้ายพวกโจรก็จะไม่มีที่ยืน อาชญากรรมก็จะลดน้อยลง”

สกู๊ปพิเศษ : เขียนโดย บิ๊กป๋วย ใจไทย

@ผลงานในอดีด

จับตายทรชน “เสือโหย” โจรปล้นสวาท : คนร้ายประมาณ 4-5 คน เอาผู้หญิง สาวโรงงานไปฆ่าก่อน แล้วข่มขืน ท่านภาณุพงศ์ จัดทีมลงไปสืบ จนรู้ว่าผู้ร่วมขบวนการเป็นใคร

ปมเหตุมาจากที่มันไม่พอใจ แล้วลวงมาข่มขืน   มันเลยให้ไอ้เสือโหย  ฆ่าก่อน แล้วบังคับให้ข่มขืนศพมาทราบตอนหลังว่าหัวหน้าแก๊งคือ ไอ้เปรม หรือหม่อง มาตรแม้น รับงานมา แล้วให้พวกๆที่ร่วมกระทำผิด ข่มขืนทุกคนตอนจับลูกน้องมันแล้วมันซัดว่า ต้องข่มขืนเพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะซัดกันไปซัดกันมา มันก็เลยให้ทุกคนข่มขืนหมด ให้ร่วมด้วยก็ตามไป มันสู้  ก็ยิงวิสามัญตาย  ส่วนไอ้เปรม มาตรแม้น มันหนี แล้วมีสายข่าวเรา แจ้งว่ามันหลบหนีอยู่ในโรงแรมซีไซส์ โรงแรมม่านรูด

***ท่านสุภธีร์ก็ให้ลูกน้องไปตอนเช้า จะจับมัน มันก็ต่อสู้ ก็เลยถูกวิสามัญตายในโรงแรม  ลูกน้องชื่อ พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ ตอนนี้เป็น ผกก.อยู่สืบ 4 ใส่เสื้อเกราะ มันยิงสวนประตู ถ้าไม่ใส่เสื้อก็ตาย

@ติดตามได้ในคอลัมน์วันตำรวจ

บังโจ้ ฉก.นครบาล

หัวหน้าฝายข่าวอาชญากรรม

You May Also Like