ตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยปฏิบัติการพิเศษสุวรรณภูมิรวบแท็กซี่มิเตอร์เทอร์โบ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนายการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1 และ นายสมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการกรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเสวยคือ พุฒิสารอายุ 57 ปี คนขับรถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู ทะเบียน ทษ 407 กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาในคดีแก้ไขดัดแปลง ดัดแปลงมาตรมิเตอร์ และเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนายการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เมื่อวันที่19 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับร้องเรียนจาก MR.JAMES ALEXANDER LOAKES นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ว่าถูกแท็กซี่สาธารณะเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา MR.JAMES ALEXANDER LOAKES ได้เล่าว่า ได้โดยสารรถแท็กซี่สาธารณะจากสนามบินสุวรรณภูมิ ช่องโดยสารที่44 เพื่อเดินทางไปยังถนนรามบุตรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับได้กดมิเตอร์โดยสารแต่เมื่อถึงที่หมาย ค่าโดยสารที่ปรากฏบนมิเตอร์ เป็นจำนวนเงิน 3,985 บาท ตนจึงเชื่อว่าจะถูกหลอก จึงได้เข้าร้องเรียน
ต่อมาวันที่ 20 มิถุนายน2562 เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบกับศูนย์รถแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนทราบว่าผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวคือนายเสวย พุฒิสารอายุ57 ปี ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู ทะเบียน ทษ 407 กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวนายเสวย ผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าว ได้และจากการตรวจสอบมิเตอร์ภายในรถพบว่ามีการดัดแปลงมาตรวัดมิเตอร และติดตั้งวงจรไฟฟ้าสวิตซ์ลับบริเวณคันเกียร์ของรถแท็กซี่คันดังกล่าว เพื่อเพิ่มราคาค่าโดยสารโดยผิดกฎหมาย
จากการสอบสวนนายเสวย ผู้ต้องได้ให้การรับสารภาพว่าได้มีการดัดแปลงมาตรวัดมิเตอร์เพื่อให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจริง โดยอ้างว่าจำมาจากคนขับในวงการแท็กซี่ และลงมือดัดแปลด้วยตัวเอง เบื้องต้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำการเบิกถอนใบอนุญาตเข้ามารับส่งผู้โดยสารภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองขณะที่นายสมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการกรมการขนส่งทางบก เรียกตัวไปทำการอบรมจำนวน 3 ชั่วโมง พร้อมทั้ง สั่งปรับในข้อหา า แก้ไขดัดแปลงดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบ (ดัดแปลงมาตรมิเตอร์)” โดยจะมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และข้อหา เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการ เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท ตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เบื้องต้นกรมการขนส่งทางบก ได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ต้องหาเป็นเวลา 3 เดือน
****** ภาพ – ข่าว ก๊วก สมุทรปราการ *******

บังโจ้ ฉก.นครบาล

หัวหน้าฝายข่าวอาชญากรรม

You May Also Like